top of page

ลายสักสีดำกับลายสักงานสีต่างกันยังไง


ลายสักสีดำกับลายสักงานสีต่างกันยังไง

สงสัยไหมว่าลายสักสีดำกับลายสักงานสีนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ซึ่งก็เชื่อว่าหลาย ๆ คนนั้นอาจจะมีความสงสัยในส่วนตรงนี้เช่นเดียวกันเพราะเรานั้นจะเห็นสีของการสักลายใน 2 รูปแบบ นั่นก็คือแบบสีดำธรรมดาที่หลาย ๆ คนนั้นนิยมสักรวมไปถึงอีกหนึ่งแบบก็คือการสักลายแบบลงสีหรือการเพ้นท์สีลงไปบนเรือนร่างของเรานั่นเอง ทำให้หลาย ๆ คนที่เห็นก็ตั้งคำถามกันขึ้นมาว่าแล้วทั้ง 2 แบบนี้มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง แล้วควรจะเลือกแบบไหนดีที่เข้ากับเราได้มากที่สุด ซึ่งวันนี้บทความของเราก็มีคำตอบดี ๆ ที่คุณอยากรู้มาฝากกัน


5 ความแตกต่างของ ลายสักสีดำกับลายสักงานสี ที่คุณยังไม่รู้



 5 ความแตกต่างของ ลายสักสีดำกับลายสักงานสี ที่คุณยังไม่รู้ -1

นอกจากเรื่องของลายสักที่เป็นปัญหาสำหรับหลาย ๆ คนในการเลือกแล้วว่าไม่รู้จะเลือกแบบไหนให้เข้ากับเราดีหรือมีวิธีการเลือกแบบไหนที่จะทำให้คุณนั้นชื่นชอบในลายสักเหล่านั้นได้ดีนั้น ก็ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ยังเป็นปัญหาสำหรับหลาย ๆ คนอยู่นั่นก็คือเรื่องของสีของลายสักที่มีทั้งสีดำธรรมดาและแบบที่เป็นการลงสีหรือการเพ้นท์สีลงไปบนเรือนร่างของเรานั่นเอง ซึ่งนั่นก็ทำให้หลาย ๆ คนเกิดความสงสัยว่าแล้วทั้ง 2 แบบนี้มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง


เพราะหากมองแบบผิวเผินแล้วก็ดูจะมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควรไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสไตล์ที่เปลี่ยนไปจากเดิมหรือจะเป็นเรื่องของขนาดที่มีความแตกต่างกันออกไปอีกด้วยนั่นเอง โดยความแตกต่างของเขาที่เราสรุปมาให้คนได้รู้กันก็มีดังนี้


1. ระยะเวลาในการสัก


ระยะเวลาในการสัก เรียกได้ว่าเป็นสิ่งใดที่สื่อถึงความแตกต่างของลายสักทั้งสองสีนี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ซึ่งหากเป็นลายสักสีดำธรรมดานั้นเรื่องของระยะเวลาอาจจะไม่ใช่ปัญหาเสียเท่าไหร่ เพราะลงสีในครั้งเดียวแล้วจบแต่หากเป็นรายสักแบบสีนั้นแน่นอนว่าเรื่องของระยะเวลานี้มีความแตกต่างกันอย่างแน่นอน เพราะนอกจากคุณนั้นจะต้องทำการลงสีดำหรือสีแดงเป็นลายพื้นก่อนแล้วนั้น คุณก็จะต้องกลับมาให้ช่างทำการลงสีอีก 1 รอบเพื่อเพิ่มรายละเอียดลงไปอีกด้วย ซึ่งนั่นก็ทำให้คุณต้องเวียนไปเวียนมาระหว่างที่พักและร้านสักอยู่บ่อย ๆ ตามระยะเวลาที่ช่างได้นัดหมายคุณเอาไว้นั่นเอง


2. ค่าใช้จ่ายในการสัก


เรื่องต่อมาก็คือเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เราสามารถมองเห็นกันได้อย่างชัดเจน ซึ่งก็แน่นอนว่าการสักสีดำแบบธรรมดานั้นเนื่องจากมีความง่ายกว่าและมีระยะเวลาที่น้อยกว่า ก็ส่งผลให้เรื่องของค่าใช้จ่ายนั้นถูกกว่าตามไปด้วยแต่หากเลือกเป็นรอยสักแบบสีแล้วแน่นอนว่าทุกอย่างจะมีความตรงกันข้าม ดังนั้นจึงทำให้ค่าใช้จ่ายของการเลือกสักลายแบบเพ้นท์สีแบบนี้จะมีราคาที่สูงกว่าแต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่คุณนั้นสามารถรับได้


3. ความเข้ากันของสีลายสักและสีผิว


อีกหนึ่งสิ่งที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนสำหรับลายสักทั้งสองสีนี้นั้นก็คือเรื่องของความเข้ากันของสีผิวของแต่ละคนนั่นเอง ซึ่งหากคุณเป็นคนที่มีผิวสว่างหรือเป็นคนที่มีโทนผิวขาวอยู่แล้ว ก็สามารถที่จะเลือกสักได้ตามใจเลยว่าจะสักแบบสีดำธรรมดาหรือจะสักเป็นแบบงานลงสี แต่หากใครที่เป็นคนมีผิวเข้มหรือเป็นคนผิวดำนั้นก็จะต้องมาคิดกันอีกทีว่าควรจะเลือกจากแบบไหนให้มีความเข้ากับคุณได้มากที่สุด ซึ่งบางคนก็อาจจะสักเป็นสีดำที่ทำให้คนดูมีความเท่ขึ้นมาในระดับหนึ่งแต่บางคนก็จะเลือกเป็นแบบลงสีเพื่อที่จะทำให้ลายสักนี้มีสีสันที่มีความโดดเด่นขึ้นมาและทำให้คุณนั้นมีเสน่ห์ได้มากยิ่งขึ้นก็มีอีกเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการสักแบบใดหรือคุณจะเป็นคนสีผิวแบบไหนนั้นส่วนนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของคุณนั่นเอง


4. การดูแล


ในเรื่องของการดูแลก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เราสามารถมองเห็นกันได้อย่างชัดเจนอีกเช่นเดียวกัน เพราะลายสักแบบสีดำนั้นเรื่องของวิธีการดูแลจะไม่ได้ซับซ้อนหรือมากมายเท่ากับลายสักแบบลงสี อีกทั้งการสักแบบลงสีนั้นก็ยังจำเป็นที่จะต้องดูแลกันในระยะยาวที่แตกต่างจากลายสักแบบสีดำที่สามารถดูแลเป็นครั้งคราวก็ได้ จึงจำเป็นที่จะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ในการดูแลรอยสักที่ดี ๆ เพื่อที่จะทำให้รอยสักของคุณนั้นมีสีที่สดใสและคมชัดเหมือนสักมาใหม่ ๆ อย่างการเลือกใช้บาล์มหรือโลชั่นที่บำรุงผิวของเราและลายสักให้สามารถมีความใหม่และสวยอยู่เสมอแบบนี้นั้นก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะทำให้ลายสักแบบลงสีมีความสีสดและชัดเจนเหมือนใหม่ได้อีกเช่นกัน



 5 ความแตกต่างของ ลายสักสีดำกับลายสักงานสี ที่คุณยังไม่รู้ -2


5. การเลือกร้านให้ดี


และสิ่งสุดท้ายที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือเรื่องของร้านสักที่ได้มาตรฐานและมีช่างสักที่มีความรู้ในเรื่องของการสักเป็นอย่างดีที่จะสามารถให้ความรู้ในเรื่องของข้อมูลการจัดรวมไปถึงการดูแลที่ถูกต้องได้นั่นเอง อีกทั้งยังต้องสามารถแนะนำหรือบอกต่อเราเกี่ยวกับเรื่องของความเหมาะสมหรือความเข้ากันในการเลือกลายสักและสีต่าง ๆ ที่จะเข้ากับตัวเราว่ามีความเข้ากันมากเพียงใดเพื่อที่จะทำให้เรานั้นสามารถมีความมั่นใจในการสักลายได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง ดังนั้นหากเลือกร้านสักดี ๆ แล้วจะทำให้คุณได้รับความประทับใจและได้รอยสักสวย ๆ ไปอยู่บนเรือนร่างของคุณได้อย่างแน่นอน


และนี่ก็คือเรื่องของความแตกต่างของลายสักแบบสีและลายสักแบบสีดำธรรมดาที่เราได้นำมาแนะนำให้คุณได้รู้จักกัน ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วทั้ง 2 แบบนี้ก็ไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกันมากนักเพียงแค่ใช้ระยะเวลารวมไปถึงค่าใช้จ่ายและเรื่องของการดูแลที่มีความแตกต่างกันโดยหากใครที่เลือกสักเป็นลายสักสีดำก็จะมีวิธีการดูแลที่ง่ายกว่าหน่อย แต่หากใครที่เลือกเป็นแบบลายสักลงสีก็จะต้องมีวิธีการดูแลแบบระยะยาวเพราะหากขาดการดูแลที่ถูกต้องแล้วก็จะทำให้สีของลายสักนั้นมีความซีดจางดูไม่สดใสและทำให้คุณนั้นเสียทั้งเวลาและเงินในการที่ไปทำมาอีกด้วย


ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องดูแลลายสักของคุณให้มีความใหม่อยู่เสมออย่างการเลือกผลิตภัณฑ์ในการดูแลรอยสักดี ๆ ที่เราอยากมาแนะนำโดยเฉพาะบาล์มทารอยสักจาก Brawnie ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ลายสักของคุณนั้นดูมีความใหม่และยังสีสดให้ความคมชัดในแบบที่เหมือนกับคุณนั้นเพิ่งจะสักเสร็จหมาด ๆ เลยทีเดียว ดังนั้นหากใครที่ยังไม่มีตัวเลือกดี ๆ ในการดูแลรอยสักแบบนี้นั้น ลองเลือกผลิตภัณฑ์นี้ไปใช้กันดูรับรองว่าถูกใจคุณจนต้องซื้อซ้ำมาใช้ต่ออย่างแน่นอน

ดู 402 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page