top of page

5 เคล็ดไม่ลับในการรักษาดูแลรอยสักใหม่

อัปเดตเมื่อ 6 ก.ค. 2566


5 เคล็ดไม่ลับในการรักษาดูแลรอยสักใหม่

คุณกำลังตื่นเต้นกับรอยสักใหม่อยู่ใช่ไหมล่ะ? แต่หลังจากที่หายตื่นเต้นแล้ว คุณจำเป็นต้องรู้จักการรักษาดูแลรอยสักใหม่ ดังนั้นอย่าไปกังวลเรื่องหมึกจะหลุดเปื้อนหรือจะไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อทำกิจวัตรรมใด ๆ เป็นปกติ และลองใช้เคล็ดลับเหล่านี้ในการดูแลรอยสักใหม่กันดีกว่า


5 เคล็ดไม่ลับในการรักษาดูแลรอยสักใหม่


มีวิธีการดูแลรอยสักมากมาย แต่ก็มีปัจจัยอย่างอย่างที่สามารถทำให้รอยสักและผิวหนังเกิดความเสียหายได้เช่นกัน นอกจากการดูแลรอยสักเบื้องต้นแล้ว ก็ยังมีทริคอื่น ๆ ที่ช่วยให้รอยสักของเราหายไวได้อีกด้วย โดยเราจะมาแนะนำ 5 เคล็ดไม่ลับที่จะช่วยดูแลรอยสักใหม่ของคุณกัน จะมีเทนนิคดีๆอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย


1.ไม่ต้องพันแผลซ้ำ


โดยปกติแล้วช่างสักจะปิดแผลด้วยพลาสเตอร์หรือผ้าพันแผลไว้หลังจากที่คุณสักเสร็จใหม่ ๆ แต่ให้คุณทิ้งไว้เพียง 2-3 ชั่วโมงและเอาออกหลังจากนั้นเหมือนกับแผลทั่วไป เพราะรอยสักก็เป็นแผลที่ต้องการอากาศถ่ายเท ซึ่งจะช่วยให้รอยแผลเริ่มแห้งและตกสะเก็ด ถ้าหากคุณปิดทับรอยสักใหม่ซ้ำ แผลก็จะไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับออกซิเจน ซึ่งจะทำให้แผลหายช้ากว่าเดิม


2.ทำความสะอาดแผลรอยสักด้วยสบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย


หลังจากที่ลอกพลาสเตอร์หรือผ้าพันแผลออกแล้ว คุณควรทำความสะอาดแผลด้วยน้ำอุ่นและสบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย ขั้นตอนนี้มีความสำคัญมากที่จะช่วยทำความสะอาดผลิตภัณฑ์และเลือดที่ตกค้างบนผิวหนังของคุณออกจนหมด เลือดที่ตกค้างบนรอยสักอาจทำให้สะเก็ดของคุณใหญ่ขึ้นและหนาขึ้นได้ อีกสิ่งที่ควรพึงระวังเมื่อทำความสะอาดรอยสักคือน้ำร้อน น้ำร้อนจะทำให้รูขุมขนของเราเปิดจึงทำให้แบคทีเรียซึมเข้าสู่แผลได้ง่ายและทำให้หมึกที่สักจางลงได้อีกด้วย

ทางที่ดีที่สุดในการดูแลทำความสะอาดรอยสักใหม่เลยก็คือสบู่ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ปราศจากน้ำหอม เนื่องจากสบู่อื่น ๆ อาจมีส่วนผสมที่สามารถทำให้ผิวของคุณระคายเคืองในระหว่างที่รักษารอยสักได้ น้ำหอมสังเคราะห์เหล่านี้ทำให้เกิดผดผื่น การระคายเคืองและคันได้ ส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จะทำให้แผลเปิดและรอยสักแห้งแตกจนหมึกจางหาย แผลหายยากกว่าเดิม

ห้ามใช้ผ้าขนหนู บวบ แปรงหรือวัสดุขัดใด ๆ กับรอยสักโดยเด็ดขาดใช้แค่มือที่สะอาดในการล้างแผลรอยสักในช่วงที่กำลังรักษาเพียงเท่านั้น โดยใช้มือวนเป็นวงกลมด้วยน้ำอุณหภูมิห้องและสบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย แล้วล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิห้องอีกครั้ง จากนั้นใช้ผ้าขนหนูสะอาดซับบริเวณรอยสักให้แห้งอย่างเบามือ


3.ทิ้งสะเก็ดแผลที่หลุดแล้วไว้


การดูแลรอยสักอาจจะดูเป็นขั้นเป็นตอน แต่เราสามารถทำให้รอยสักหายไวขึ้นได้ด้วยการทิ้งสะเก็ดแผลให้และชั้นผิวหนังที่ตายแล้วไว้โดยไม่ต้องทำอะไร เพราะถ้าเราไปทำให้สะเก็ดแผลหลุดก็จะทำให้แผลหายช้าลงได้ ใคร ๆ ก็อยากให้แผลรอยสักหายไวขึ้น ดังนั้นอาการคันรอยแผลและผิวที่สักแห้งแตกนั้นเป็นเรื่องปกติที่คนสักทุกคนต้องพบเจอ แต่ถ้าคุณไม่สามารถทนกับอาการคันรอยแผลได้ เราแนะนำให้คุณใช้ฝ่ามือลูบที่แผลเบา ๆ จะดีที่สุด


4. ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ในปริมาณที่เหมาะสม


อีกหนึ่งทริคในการดูแลรอยสักคือการทามอยส์เจอไรเซอร์ที่แผลเป็นประจำในปริมาณที่เหมาะสมโดยใช้มอยส์เจอไรเซอร์หรือบาล์มบำรุงผิวหลังสักทาที่แผลเป็นชั้นบาง ๆ ซึ่งจะช่วยให้หมึกบนผิวได้ความชุ่มชื้นตามที่ต้องการ พร้อมกับอากาศและอุณหภูมิที่เหมาะสม เจลที่ช่วยปลอบประโลมรอยสักมีคุณสมบัติในการรักษาแผลที่ดีมากมาย แต่จะต้องทาในปริมาณพอเหมาะ ไม่ถมรอยสักจนเกินไป ดังนั้นคุณควรทามอยส์เจอไรเซอร์วันละ 3-5 ครั้งเพื่อให้รอยสักคุณได้รับความชุ่มชื้น


5. ห้ามแช่น้ำ อาบน้ำร้อนหรือว่ายน้ำ

การดูแลรักษาแผลจากรอยสักให้รวดเร็วยิ่งขึ้นนั้นเป็นเรื่องของสะเก็ดแผล ดังนั้นการปล่อยให้สะเก็ดแผลหลุดตามธรรมชาตินั้นสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง การแช่น้ำ อาบน้ำร้อน ว่ายน้ำในทะเล สระว่ายน้ำหรือสัมผัสกับน้ำใด ๆ ก็ตาม การที่ทำให้รอยสักสัมผัสกับน้ำเป็นเวลานานจะทำให้สะเก็ดแผลของคุณนุ่ม แยกออกจากกันและพรุนได้ ฟังดูแย่ใช่ไหมล่ะ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นเมื่อสะเก็ดแผลหลุดเร็วกว่าเวลาอันควรก็จะทำให้รอยสักดูเป็นแผลเป็นเสียมากกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ คุณไม่ควรให้รอยสักแช่น้ำเป็นเวลา 3-4 สัปดาห์นับจากวันที่สัก จากนั้นแผลก็จะหายเกือบสนิทโดยที่น้ำจะไม่เป็นอันตรายกับแผลรอยสักอีกต่อไป


การดูแลรักษารอยสักใหม่ง่ายกว่าเป็นไหน ๆ


ในปัจจุบันรอยสักนั้นเป็นเรื่องของศิลปะและความตื่นเต้น แต่ความตื่นเต้นและลุ้นกว่าคือการรอให้รอยสักของคุณหายดีใช่ไหมล่ะ ดังนั้นอย่าลืมที่จะใช้ทริคของเราในการดูแลแผลจากรอยสักและผิวรอบ ๆ ให้หายเร็วยิ่งขึ้น อย่าไปกังวลอะไรมากนัก เพียงแค่คุณดูแลรอยสักด้วยเคล็ดลับเหล่านี้ให้เป็นกิจวัตร รับรองว่าแผลต้องหายเร็วกว่าที่คุณคิดไว้อย่างนอน แล้วมานั่งคิดกันดีกว่าว่าจะสักลายอะไรต่อไปดี



ดู 135 ครั้ง0 ความคิดเห็น
bottom of page